บทสรุปพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-2018

ในที่สุด พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-18 ก็ได้จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว FOX Sports Asia ภาคภาษาไทย จึงขอรวบรวมบทสรุปของแต่ละทีมไว้ ดังนี้

แชมป์ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (โควต้าแชมเปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม)

“เรือใบสีฟ้า” โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้สามารถคว้าแชมป์ได้ก่อนหมดฤดูกาลถึง 5 เกมและยังทำลายสถิติได้มากมายเช่น การทำแต้มมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และจำนวนประตูที่ยิงได้ต่อฤดูกาล และอื่นๆ โดย ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จบฤดูกาลที่ 100 คะแนน และยิงประตูคู่แข่งไปถึง 106 ลูก และสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 32 จาก 38 เกม

รองแชมป์ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (โควต้าแชมเปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม)

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสของ ทีมปีศาจแดง พาทีมจบอันดับ 2 ได้ด้วยการทำไปทั้งสิ้น 81 คะแนน โดยมี โรเมลู ลูกากู เป็นดาวซัลโวของทีมด้วยการยิงไป 16 ประตูในลีก

อันดับ 3 : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (โควต้าแชมเปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม)

 

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เฮดโค้ชชาวอาร์เจนไตน์ ของ สเปอร์สพาทีมจบฤดูกาลด้วยการเป็นท็อปโฟร์ ได้เป็นฤดูกาลที่สามติดต่อกัน และ แฮร์รี่ เคน ก็เป็นส่วนสำคัญของทีมด้วยการซัดไปถึง 30 ประตูในลีกเป็นรองดาวซัลโวในฤดูกาลนี้

อันดับ 4 : ลิเวอร์พูล (โควต้าแชมเปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม)

ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำทีมของ ยอดกุนซือเยอรมัน เจอร์เกน คล็อปป์ ก็สามารถพาทีมเป็นท็อปโฟร์ได้สองฤดูกาลติด โดยมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จอมทัพชาวอียิปต์ที่เป็นกำลังหลักของฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในปีนี้ของทีมหงส์แดง โดย ซาลาห์ นั้นทำลายสถิติดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกด้วยการยิงไปถึง 32 ประตูในฤดูกาลนี้

อันดับ 5:เชลซี(โควต้ายูโรปาลีกรอบแบ่งกลุ่ม)

ถือว่าเป็นปีที่น่าผิดหวังของแฟนๆเชลซี ทั้งฟอร์มการเล่นและการเสริมทัพของทีมหลังจากได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมาฤดูกาลที่แล้ว โดยก็ต้องรอดูกันว่า อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนของทีมจะอยู่กับสโมสรต่อไปในฤดูกาลหน้าหรือไม่

อันดับ 6 : อาร์เซน่อล (โควต้ายูโรปาลีกรอบแบ่งกลุ่ม)

อาร์แซน เวนเกอร์ ได้อำลาทีมปืนใหญ่เป็นที่เรียบร้อยหลังรับใช้ทีมมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี ทว่าฟอร์มของ เดอะ กันเนอร์ส ในฤดูกาลนี้ต้องยอมรับว่าต่ำกว่ามาตรฐาน โดยในปี 2018 เก็บแต้มนอกบ้านได้เพียง 3 คะแนน จากเกมนัดสุดท้ายเมื่อคืนบุกไปชนะ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ 1-0

อันดับ 7 : เบิร์นลีย์ (โควต้ายูโรปาลีก รอบคัดเลือกรอบสอง)

“เดอะ คลาเร็ตส์” มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของ ฌอน ไดซ์ และสามารถคว้าตั๋วไปลุยยูโรป้าลีกในฤดูกาลหน้า ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 55 ปีที่ เบิร์นลีย์ จะได้ไปลุยถ้วยยุโรป

ตกชั้น

อันดับ 18 : สวอนซี

“หงส์ขาว” สวอนซีจะต้องตกชั้นไปเล่นในเดอะ เเชมเปียนชิพ ในฤดูกาลหน้าหลังอยู่พรีเมียร์ลีกมาถึง 7 ฤดูกาลติดต่อกัน โดยพวกเขาเก็บได้เพียง 33 คะแนน และยิงประตูทั้งฤดูกาลได้เพียง 28 ลูก โดยพวกเขาเสียประตูไปถึง 56ลูก

อันดับ 19 : สโต๊ค ซิตี้

10 ฤดูกาลของ “ช่างปั้นหม้อ” ในพรีเมียร์ลีกได้จบลงแล้วหลังผลงานย่ำแย่สุดๆในฤดูกาลนี้คว้าได้เพียง 33 คะแนน และมีช่วงเวลาที่พวกเขาหาชัยชนะไม่ได้เลยติดต่อกันถึง 13 นัด

อันดับ 20 : เวสต์บรอมวิช อัลเบียน

 

ปัญหาทั้งในและนอกสนามส่งผลให้ผลงาน “เดอะ แบ็กกีส์” ย่ำแย่สุดๆ พวกเขาชนะในพรีเมียร์ลีกได้เพียง 6 เกม และ 3 เกมในนั้นเป็นการคว้าชัยได้ในช่วง 5 นัดสุดท้ายในฤดูกาล ทำให้พวกเขาต้องปิดฉากการเล่นในพรีเมียร์ลีกไว้ที่ 8 ฤดูกาลติดต่อกัน

ดาวซัลโวสูงสุด

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จอมทัพทีมลิเวอร์พูล ก็คว้ารางวัลดาวซัลโวฤดูกาลนี้ได้สำเร็จจากการยิงถึง 32 ประตู ทุบสถิติสุดนักเตะคนแรกที่ยิงในพรีเมียร์ลีกได้ 32 ประตู ซึ่งต้องบอกว่าปีนี้เป็นปีทองของ ซาลาห์อย่างแท้จริง

แอสซิสต์มากที่สุด

เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางตัวรุกคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นส่วนสำคัญของทีมในการคว้าแชมป์ในปีนี้ และผ่านบอลให้เพื่อนไปทำประตูถึง 16 ลูกคว้ารางวัล “เพลย์เมกเกอร์ อวอร์ด” ที่มอบขึ้นในปีแรกไปครองได้สำเร็จ

คลีนชีตมากที่สุด

 

ดาบิด เด เคอา นายทวารทีมชาติสเปนของ แมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด คว้ารางวัล ‘โกลเด้น โกลฟ’ ได้เป็นครั้งแรกหลังทำคลีชีตได้ 18 เกมในฤดูกาลนี้

Comments