ย้อนรอย 5 แมตช์ในความทรงจำ “อิเนียสต้า” กับ “บาร์เซโลน่า”

จบลงอย่างสวยงามสำหรับเกมสุดท้ายในสีเสื้อบาร์เซโลน่าของ อันเดรส อิเนียสต้า หลังกัปตันวัย 34 ปี นำทัพอาซูลกรานาเปิดบ้านเฉือนชนะ เรอัล โซเซียดาด 1-0 คว้าแชมป์ลาลีกาฤดูกาลนี้ ด้วยการเก็บแต้มได้ทั้งหมด 93 คะแนน และถือเป็นการปิดฉากชีวิตค้าแข้งในลาลีกาของตำนานอย่าง อิเนียสต้า โดยสมบูรณ์

Photo Credit : FC Barcelona

นับตั้งแต่ลงสนามครั้งแรกให้กับ บาร์เซโลน่า ในปี 2002 จนถึงวันอำลาถิ่น คัมป์ นู อิเนียสต้า เป็นกำลังสำคัญของทีมในทุกๆเกมที่เขาลงเล่น เป็นส่วนหนึ่งของทีมในการคว้าแชมป์กว่า 30 รายการ และอีกหลายๆโมเม้นท์ที่ทำให้วงการลูกหนังจดจำเขาได้แบบไม่มีวันลืม

FOX Sports Asia ภาคภาษาไทย ขอพาทุกท่านย้อนกลับไปดู 5 แมตช์ในความทรงจำของ อันเดรส อิเนียสต้า ในสีเสื้อบาร์เซโลน่า ที่ถือเป็นหนึ่งในตำนานของ ลาลีกา สเปน

Photo Credit : FC Barcelona

บาร์เซโลน่า 2-0 เซบิย่า (โกปา เดล เรย์ 2016 นัดชิงชนะเลิศ)

หลังจากที่ชูถ้วย ลาลีกา สเปน ไปหมาดๆ โกปา เดล เรย์ เป็นอีกหนึ่งรายการที่ บาร์เซโลน่า มีโอกาสลุ้นคว้าแชมป์ในปี 2016 แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เกมที่ง่ายเลยสำหรับพวกเขา เมื่อต้องมาเหลือ 10 คนตั้งแต่ครึ่งแรก จากการที่ ฮาเวียร์ มาสเคราโน โดนใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 36 ทำให้ อันเดรส อิเนียสต้า ต้องคุมแดนกลางทั้งหมดให้ได้ ทั้งเกมรุกและเกมรับ

โดยเกมนี้ อิเนียสต้า ไม่ได้ทำให้ บาร์เซโลน่า ผิดหวังแต่อย่างใด นอกจากต้องลงมาช่วยเกมรับเพื่อทดแทนการขาดหายไปของ มาสเคราโน เขายังโดดเด่นในเกมรุกจากการสร้างสรรค์โอกาสมากมายให้ ลิโอเนล เมสซี และ เนย์มาร์ จากการฉวยโอกาสจากช่องโหว่ของคู่แข่งได้อย่างดีเยี่ยม

https://www.fcbarcelona.com/club/news/2015-2016/fc-barcelona-to-have-19-301-tickets-for-the-copa-del-rey-final
Photo Credit : FC Barcelona

ในท้ายที่สุด บาร์เซโลน่า สามารถคว้าชัยเหนือ เซบิย่า ได้ 2-0 โดยทั้งสองประตูเกิดขึ้นในช่วงต่อเวลาพิเศษจาก อัลบา และ เนย์มาร์ และแม้ว่า เมสซี จะทำสองแอสซิสต์ในเกมนี้ แต่ แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ตกเป็นของ อันเดรส อิเนียสต้า ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่า เขาเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้ บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ที่สองของปีนั้นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คนได้สำเร็จ

บาร์เซโลน่า 3-1 ยูเวนตุส (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2015 นัดชิงชนะเลิศ)

https://www.fcbarcelona.com/football/first-team/news/2014-2015/iniesta-more-than-happy-for-xavi-to-lift-the-trophy
Photo Credit : FC Barcelona

ในปี 2015 อิเนียสต้า ถือเป็นหัวใจสำคัญในแผงมิดฟิลด์ของ บาร์เซโลน่า หลังจากที่ ชาบี เฮอร์นานเดส เตรียมจะอำลาถิ่น คัมป์ นู โดยในเกมนี้ ห้องเครื่องทีมชาติสเปนสวมปอกแขนกัปตันทีม และเขาไม่ทำให้แฟนบอลบาร์ซ่าผิดหวัง เริ่มเกมได้เพียง 4 นาที อิเนียสต้า ก็เปิดบอลให้ อิวาน ราคิติช ซัดประตูขึ้นนำ 1-0

อิเนียสต้า คุมเกมในแดนกลางได้อยู่หมัด โดนสถิติการผ่านบอลสำเร็จของเขาอยู่ที่ 89% และแน่นอนว่า เขาได้สร้างโอกาสอย่างมากมายให้กับเกมรุกของบาร์เซโลน่า เป็นกำลังหลักของทีม และในฐานะกัปตัน เขาพาบาร์เซโลน่าคว้าชัยเหนือยูเวนตุส 3-1 คว้าถ้วย ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก มาครองได้สำเร็จ

นอกจากนี้ อันเดรส อิเนียสต้า ยังได้รับรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ และกลายเป็นนักเตะคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ในนัดชิงชนะเลิศของสามรายการใหญ่อย่าง ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป หรือ ศึกฟุตบอลยูโร (2012), ฟุตบอลโลก (2010) และ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก (2015)

เรอัล มาดริด 0-4 บาร์เซโลน่า (เอล กลาซิโก้ 2015-16)

ในศึก เอล กลาซิโก้ ครั้งนี้ บาร์เซโลน่า จ่าฝูง บุกมาเยือนถิ่น ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว ของ เรอัล มาดริด ทีมที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบาก ภายใต้การคุมทีมของ ราฟา เบนิเตซ

เกมนี้ ทีมเยือนไม่สามารถใช้งาน ลิโอเนล เมสซี ที่มีอาการบาดเจ็บ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีของ มาดริด ที่จะฉวยโอกาสจากตำแหน่งสำคัญที่ขาดหายไปของบาร์ซ่า แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะชายที่มีปอกแขนกัปตันทีมของบาร์เซโลน่า ทำลายเกมในแดนกลางและแผงหลังของ มาดริด ลงอย่างสิ้นเชิง

https://www.fcbarcelona.com/football/first-team/news/2015-2016/photo-galleries-of-fc-barcelona-s-best-goals-of-the-year
Photo Credit : FC Barcelona

โดย อิเนียสต้า ทำได้ 1 แอสซิสต์ และ 1 ประตู ในเกมที่บาร์ซ่าถล่ม เรอัล มาดริด ของ ราฟา เบนิเตซ 4-0 กองกลางชาวสเปนถูกเปลี่ยนออกในนาทีที่ 77 ซึ่งในช่วง 77 นาทีที่เขาโลดเล่นในสนาม อิเนียสต้า ผ่านบอลสำเร็จถึง 65 ครั้ง จากการออกบอล 68 ครั้ง! โดยเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลสำเร็จของเขาสูงถึง 96%

หลังจากจบเกม แฟนบอล เรอัล มาดริด ลุกขึ้นยืนพร้อมกับปรบมือให้กับ อิเนียสต้า ถือเป็นภาพที่สวยงามและไม่ค่อยเกิดขึ้นนักในศึก เอล กลาซิโก้ โดย อิเนียสต้า กลายเป็นนักเตะบาร์เซโลน่าคนที่สามที่ได้รับการปรบมือต้อนรับจากแฟนบอล มาดริด ต่อจาก ดิเอโก้ มาราโดนา และ โรนัลดินโญ่

เชลซี 1-1 บาร์เซโลน่า (ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2008-09 รอบรองชนะเลิศ นัดสอง)

https://www.fcbarcelona.com/club/news/2014-2015/6-may-2009-iniestas-winner-at-stamford-bridge
Photo Credit : FC Barcelona

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับ อันเดรส อิเนียสต้า ในสีเสื้อบาร์เซโลน่านั้น คงหนีไม่พ้นประตูสำคัญที่ทำให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2008-09 ประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ที่ทำให้ เชลซี อกหักคาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

หลังจากเสมอกันแบบไร้สกอร์ที่ คัมป์ นู บาร์เซโลน่า ตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อน 0-1 ในนาทีที่ 9 ของเกมในเลกสอง ทำให้พวกเขาต้องยิงให้ได้อย่างน้อยหนึ่งประตูเพื่อเสมอและเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน แต่ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ณ เวลานั้น ไม่มีโอกาสที่ใกล้เคียงเลยแม้แต่น้อย

ในช่วงชี้เป็นชี้ตายของเกม บาร์เซโลน่า ได้โอกาสลุ้นประตูในนาทีที่สามของช่วงทดเจ็บ เมสซี ไหลบอลให้ อิเนียสต้า ที่รออยู่หน้ากรอบเขตโทษของเชลซี ทั้งความกดดันที่หนักอึ้ง ทั้งเสียงตะโกนอย่างกึกก้องของแฟนเชลซี และทั้งสกอร์ที่ตกเป็นรองและกำลังจะตกรอบ แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำประตูของ อิเนียสต้า แต่อย่างใด เขาส่งบอลสู่ก้นตาข่ายของคู่แข่งได้อย่างน่าทึ่ง และนี่เป็นการยิงครั้งแรกของเจ้าตัวในเกมนี้อีกด้วย

บาร์เซโลน่า ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และสามารถเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ 2-0 คว้าแชมป์มาครองเป็นสมัยที่ 3 อย่างไรก็ตาม ภาพที่ อิเนียสต้า ถอดเสื้อฉลองประตูที่เขายิงประตูตีเสมอเชลซีได้ ยังเป็นหนึ่งภาพในความทรงจำที่ติดตาแฟนบอล โดยเฉพาะแฟนบาร์ซ่า จนถึงทุกวันนี้

บาร์เซโลน่า 1-0 เรอัล โซเซียดาด (ลาลีกา สเปน 2017-18 นัดสุดท้าย)

เชื่อเหลือเกินว่า ภาพที่ อิเนียสต้า นั่งอยู่กลางสนามคัมป์ นู คนเดียว เป็นภาพที่สะเทือนใจหลายๆคนจนพูดไม่ออก เพราะนี่คือเกมสุดท้ายของเขาในฐานะนักเตะบาร์เซโลน่าและลาลีกา ทีมและลีกที่มิดฟิลด์ชาวสเปนโลดเล่นมานานถึง 22 ปี นับตั้งแต่เป็นแข้งเยาวชน

อิเนียสต้า ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้ ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 81 ตลอดเวลาที่เดินออกจากสนามนั้น เขาได้รับเสียงปรบมือจากทุกๆคนในคัมป์ นู อย่างกึกก้อง รวมถึง ชาบี เฮอร์นานเดส อดีตกองกลางคู่ใจของเขา ที่มาให้กำลังใจถึงสนาม

นอกจากนี้ ยังมีการแปรอักษรในสนาม “Infinit Iniesta” และป้ายแสดงข้อความขอบคุณมากมายๆจากแฟนบอล แม้ว่า อิเนียสต้า จะไม่ได้ทำประตูในเกมนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ฟิลิปเป้ คูตินโญ ก็มาซัดฟรีคิกให้ บาร์เซโลน่า เฉือนชนะ เรอัล โซเซียดาด 1-0

Photo Credit : FC Barcelona

จบเกม บาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสเปนฤดูกาลนี้ ด้วยการเก็บแต้มได้ทั้งหมด 93 คะแนน และถือเป็นการปิดฉากชีวิตค้าแข้งในลาลีกาของตำนานอย่าง อิเนียสต้า โดยสมบูรณ์

กองกลางวัย 34 ปี อำลาทัพอาซูลกรานาอย่างยิ่งใหญ่ เขาคว้าแชมป์กับบาร์เซโลน่าถึง 32 รายการ นับตั้งแต่ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 18 ในปี 2002 รวมถึงการคว้าแชมป์ลีก 9 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย, แชมป์สโมสรโลก 3 สมัย และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ อีก 3 สมัย

Photo Credit : FC Barcelona

Comments